Omni Fund และ Global ETF มีการกระจายการลงทุนไปในหลายสินทรัพย์ตามแนวคิด Modern Portfolio Theory แล้วจัดส่วนส่วนให้น้ำหนักแต่ละสินทรัพย์ที่แตกต่างกัน เพื่อสร้างแผนการลงทุนให้คุณได้เลือกลงทุนตามความเสี่ยงของตนเองเหมือนกัน แต่จะมีความแตกต่างกันดังนี้
1. การกระจายสินทรัพย์ลงทุน
Omni Fund: ลงทุนในกองทุนรวมหุ้นทั่วโลก (หุ้นสหรัฐฯ หุ้นยุโรป หุ้นญี่ปุ่น หุ้นจีน) และกองทุนตราสารหนี้ (พันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้ในไทยและทั่วโลก) ผ่านกองทุนรวมที่จดทะเบียนในประเทศไทย
Global ETF: ลงทุนใน ETF หุ้นทั่วโลก (หุ้นสหรัฐฯ หุ้นประเทศพัฒนาแล้ว หุ้นตลาดเกิดใหม่) และ ETF ตราสารหนี้ (พันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้ประเทศสหรัฐฯ) ผ่าน ETF ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
2. สกุลเงิน
Omni Fund: ลงทุนด้วยสกุลเงินไทยบาท
Global ETF: ลงทุนด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
3. ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
Omi Fund: มีความเสี่ยงต่ำกว่า เนื่องจากเป็นการลงทุนในสกุลเงินไทยบาท แม้จะมีความเสี่ยงจากการลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้ทั่วโลก แต่โดยส่วนใหญ่กองทุนที่ลงทุนจะมีการ Hedge ค่าเงินไว้
Global ETF: มีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากเป็นการลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
4. เงินลงทุนเริ่มต้น
Omni Fund: เงินลงทุนเริ่มต้นขั้นต่ำ 1,000 บาท และเพิ่มทุนขั้นต่ำครั้งละ 1,000 บาท
Global ETF: เงินลงทุนเริ่มต้นขั้นต่ำ 10,000 บาท และเพิ่มทุนขั้นต่ำครั้งละ 1,000 บาท
5. ภาษีจากการลงทุน
Omni Fund: ไม่มีภาษีจากการซื้อขายกองทุนรวม
Global ETF: หากมีกำไรจากการลงทุนและนำเงินกลับเข้าประเทศ ส่วนของกำไรจะต้องนำไปยื่นภาษีรายได้จากการลงทุนต่างประเทศ
6. เหมาะกับใคร
Omni Fund: เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ ต้องการเริ่มต้นลงทุน มีเงินลงทุนไม่สูงมากนัก รับความเสี่ยงและความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ต่ำ ไม่ต้องการจัดการเกี่ยวกับภาษีต่างประเทศ
Global ETF: เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงมากกว่า มีเป้าหมายลงทุนในระยะยาว รับความเสี่ยงและความผันผวนได้ คาดหวังผลตอบแทนที่มากขึ้น