Omni Fund ลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก ผ่านพอร์ตลงทุนเดียว กระจายการลงทุนด้วยหลักการ Modern Portfolio Theory โดยจะกระจายการลงทุนไปในหลากหลายสินทรัพย์ เพราะในแต่ละช่วงเวลาสินทรัพย์แต่ละประเภทมีการปรับตัวของราคาที่ตรงกันข้ามกัน การกระจายการลงทุนจะช่วยให้พอร์ตลงทุนของคุณมีผลตอบแทนที่ดี ควบคู่ไปกับการจัดการกระจายความเสี่ยงด้วย Omni Fund มีหลักการและการลงทุนดังนี้
1. Jitta Wealth คัดเลือกกองทุนรวมที่จดทะเบียนทั้งหมดในไทย ตามหลักเกณฑ์ที่เรากำหนด แล้วนำมาจัดพอร์ตให้คุณ
2. ลงทุนในกองทุนรวม 5-6 กองทุน กระจายไปทั้งกองทุนรวมหุ้น และกองทุนรวมตราสารหนี้ ดังนี้
2.1 กองทุนรวมหุ้นสหรัฐฯ K-US500X-A(A) โดย บลจ.กสิกรไทย ลงทุนใน iShares Core S&P 500 ETF อ้างอิงผลตอบแทนตามดัชนี S&P 500
2.2 กองทุนรวมหุ้นยุโรป K-EUX โดย บลจ.กสิกรไทย ลงทุนใน iShares EURO STOXX 50 UCITS ETF (DE) อ้างอิงผลตอบแทนตามดัชนี EURO STOXX 50
2.3 กองทุนรวมหุ้นญี่ปุ่น K-JPX-A(A) โดย บลจ.กสิกรไทย ลงทุนใน NEXT FUNDS TOPIX Exchange Traded Fund อ้างอิงผลตอบแทนตามดัชนี TOPIX
2.4 กองทุนรวมหุ้นจีน ES-CHEQ โดย บลจ.อีสท์สปริงลงทุนใน iShares FTSE China A50 ETF อ้างอิงผลตอบแทนตามดัชนี FTSE China A50
2.5 กองทุนรวมตราสารหนี้ K-PLAN1 โดย บลจ.กสิกรไทย ลงทุนในเงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้เอกชนชั้นดี ทั้งในและต่างประเทศ
2.6 กองทุนรวมตลาดเงินทั่วไป ES-CASH โดย บลจ.อีสท์สปริง ลงทุนในเงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง และตั๋วสัญญาใช้เงิน ในประเทศไทย
3. จัดสัดส่วนกองทุนรวมหุ้นและกองทุนรวมตราสารหนี้ตามความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ มีให้เลือก 3 แผนลงทุน
3.1 แผนพอเพียง: ลงทุนกองทุนรวมหุ้น 20% และกองทุนรวมตราสารหนี้ 80% เหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ค่อนข้างต่ำ
3.2 แผนสมดุล: ลงทุนกองทุนรวมหุ้น 50% และกองทุนรวมตราสารหนี้ 50% เหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ค่อนข้างสูง
3.3 แผนเติบโต: ลงทุนกองทุนรวมหุ้น 80% และกองทุนรวมตราสารหนี้ 20% เหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูง
4. ปรับพอร์ตลงทุนให้อัตโนมัติ เมื่อสัดส่วนของกองทุนรวมขยับจากมูลค่าที่ควรจะเป็นเกิน 5% เพื่อรักษาระดับความเสี่ยงของพอร์ตให้เหมาะสมกับคุณ หรือหากสัดส่วนขยับไม่เกิน 5% จะมีการปรับพอร์ตให้คุณทุก 1 ปี